นับเป็นงานใหญ่สำหรับเหล่าทีมงานองค์บาก2 และ จา พนม ยีรัมย์ เมื่อพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์ครอบครูโขน-ละคร ที่ทางทีมงานจัดขึ้นได้รับเกียรติจากนายเผด็จ พลับกระสงค์ข้าราชการสำนักการสังคีต กรมศิลปากรเป็นประธานผู้ประกอบพิธี ในฐานะที่ จา พนม เป็นตัวแทนทูตวัฒนธรรมแห่งชาติที่ประสบความสำเร็จในวิชาชีพการแสดง จนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ จากการถ่ายทอดศิลปะการต่อสู้แม่ไม้มวยไทยโบราณ เผยแพร่ออกไปให้คนทั่วโลกได้รู้จักจาก องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง ประกอบกับทาง จา พนม ยีรัมย์ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมตัวที่จะก้าวมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์พร้อมกับแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก 2 ซึ่งมีรายละเอียดของเนื้อหาภาพยนตร์ที่สอดคล้องเกี่ยวกับการเชิดชูครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะการต่อสู้ในภาพยนตร์เอง ยังได้รับอิทธิพลพื้นฐานจากท่าทางของการแสดงโขน แต่จุดประสงค์สำคัญคือเพื่อความเคารพครูบาชาอาจารย์ผู้ประสิทธิประสาท วิชาและเพื่อความเป็นศิริมงคล และความก้าวหน้าประสบความสำเร็จต่อวิชาชีพสืบต่อไป
พิธีดังกล่าวจัดขึ้นตามรูปแบบตามประเพณีโบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4 โดยศีรษะโขนที่ใช้ประกอบพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์ครอบครูโขน - ละคร มีศีรษะหลักๆ 9 ศีรษะดังนี้
1.ศีรษะพระอิศวร
2.ศีรษะพระนารายณ์
3.ศีรษะพระพรหม
4.ศีรษะพระปัญจสิงขร
5.ศีรษะพระปรคนธรรพ์
6.ศีรษะพระพิคเณศ
7.ศีรษะพระพิราพ
8.ศีรษะพ่อแก่พระฤษี
9.ศีรษะเทริดโนราห์
และศีรษะที่ใช้ครอบให้กับจา พนม ยีรัมย์ที่เข้ารับการไหว้ครูนาฏศิลป์ครอบครูโขน-ละครมี 3 ศีรษะ คือ
1.ศีรษะพระฤษี
2.ศีรษะพระพิราพ
3.ศีรษะเทริดโนราห์
นอกจากนี้สำหรับพิธีไหว้ครูครอบครูให้จา พนม ยีรัมย์ที่จัดขึ้นนี้ได้มีการเพิ่มพิธีครอบอีก 1ศีรษะคือศีรษะพระวิษณุกรรม เพราะถือได้ว่าเป็นศีรษะทางช่าง เป็นวิชาชีพศิลปะแขนงหนึ่ง เพราะฉะนั้นการที่จา พนม ยีรัมย์ได้ทำพิธีรับครอบศีรษะพระวิษณุกรรมนี้ ถือว่าได้รับมอบทางครูช่างเรียบร้อยแล้ว
สำหรับประวัติความเป็นมาของ การไหว้ครูนาฏศิลป์ ครอบครูโขน-ละคร นั้น เป็นประเพณีชั้นสูงที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และได้รับการสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ ตามประวัติได้มีการเริ่มจดบันทึกขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีครูเกษ ซึ่งท่านเป็นข้าหลวงเดิมมาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 3 และทำการตกทอดสืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน
ว่ากันว่า ครูผู้เป็นประธานไหว้ครูนาฏศิลป์ครอบครูโขน-ละครได้นั้น จะต้องได้รับการมอบหมายหรือสืบทอดกันอย่างเป็นทางการ
โดยในปี2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสืบทอดประเพณีดังกล่าวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ทางกรมศิลปากรคัดสรรผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับมอบเป็นประธานผู้ประกอบพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์ครอบครูโขน-ละครจากพระองค์จำนวน 5 ท่าน นายธีระยุทธ์ ยวงศรี(เสียชีวิตแล้ว) ,นายธงไชย โพธยารมย์,นายทองสุก ทองหลิม(เสียชีวิตแล้ว),นายอุดม อังศุธรและนายสมบัติ แก้วสุจริต ต่อมา นายธงไชย โพธยารมย์ได้มีการถ่ายทอดให้นายเผด็จ พลับกระสงค์ข้าราชการสำนักการสังคีต กรมศิลปากรเป็นประธานผู้ประกอบพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์ครอบครูโขน-ละคร
ประเพณี การไหว้ครูนาฏศิลป์ ครอบครูโขน-ละครจะให้ความสำคัญกับครูเป็นพิเศษเพราะจะถือว่าครูเปรียบเสมือนกับเทพเจ้า ผู้มาประสิทธิประสาทวิชาให้กับตน ว่ากันว่า พระอิศวรเป็นเทพเจ้าสูงสุดอยู่บนสวรรค์คือ ครูคนแรกที่ถ่ายทอดท่าร่ายรำนาฏศิลป์มาสู่โลกมนุษย์ โดยให้พระภรตฤาษีเป็นผู้จดบันทึกท่าร่ายรำ และนำไปสั่งสอนกุลบุตรกุลธิดาต่อไป พระภรตฤาษีก็คือ ครูผู้ใหญ่หรือครูคนแรกที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดท่ารำระบำบรรพ์อันวิจิตร จากพระอิศวรมาสู่โลกมนุษย์ และนำไปสั่งสอนเป็นลำดับต่อไป การไหว้ครูทางนาฏศิลป์ครอบครูโขน-ละครจึงขาดไม่ได้ที่จะมีเศียรของเหล่าเทพเจ้า และศีรษะฤาษีเป็นเครื่องบูชาเคารพกราบไหว้
ในระหว่างการทำพิธีไหว้ครูครอบครู ซึ่งเป็นพิธีโบราณที่ได้รับการสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ประกอบไปด้วยพีธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์มากมาย อาทิ พิธีบูชาครูและเทพเจ้า, พิธีสรงน้ำเทวรูป, การถวายเครื่องสังเวย, พิธีเจิมและเบิกเนตรศรีษะใหม่, การรำถวายมือ การโปรยข้าวตอก, รำกราวรำ ส่วนทางด้านเครื่องดนตรีที่ใช้ในการประกอบพิธีไหว้ครูครอบครู จะเป็นเครื่องดนตรีปี่พาทย์ไม้แข็ง โดยจะเป็นเครื่องคู่หรือเครื่องห้าก็ได้ โดยทำการบรรเลงพลงหน้าพาทย์ตามประเพณีที่ประกอบพิธีไหว้ครู จึงกล่าวได้ว่าพิธีไหว้ครูครอบครูเป็นพิธีที่ได้รับการยกย่อง และเคารพเป็นอย่างยิ่งด้วยความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีนั้นเอง
ดังนั้นประเพณีไหว้ครูนาฏศิลป์ครอบครูโขน-ละครจึงถือได้ว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เข้าร่วมในพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์ครอบครูโขน-ละคร เพราะผู้ที่เข้าสู่พิธีไหว้ครู ถือได้ว่าได้ผ่านวิชานาฏศิลป์หรือวิชาช่างในทุกสาขาต้องได้ผ่านประเพณีไหว้ครูนาฏศิลป์ครอบครูโขน-ละคร เพื่อความเป็นศิริมงคลของตน และได้ผ่านขั้นตอนขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมที่สืบทอดมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน |