เล่าเรื่อง เสือร้องไห้ Reality Film เรื่องแรกของเมืองไทย

 

หายไปนานสำหรับข่าวของโครงการ ยักษ์เล็ก โครงการที่มุ่งหมายจะปั้นคนรุ่นใหม่เข้าสู่วงการภาพยนตร์เมืองไทย ด้วยความร่วมมือกันระหว่าง บริษัท สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล , บา แรม ยู โดยมี ปรัชญา ปิ่นแก้ว และ ยุทธนา บุญอ้อม เป็นคนช่วยกันดูแล ในเบื้องต้นตอนนั้นมีหนังสามเรื่องที่ได้รับการสนับสนุนและผู้กำกับก็ล้วนเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งสิ้น เรื่องแรก คน ผี ปีศาจ ผู้กำกับคือ มะเดี่ยว หรือ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ซึ่งก็ได้แสดงฝีมือไปแล้วและไม่ให้ผิดหวังเสียด้วย ส่วนเรื่องที่สอง Bangkok Traffic หนังที่บอกว่าใช้ผู้กำกับเปลืองสุด ถึงตอนนี้ก็เงียบหายไป ไม่รู้ไปถึงไหนแล้ว และสุดท้ายของโครงการก็คือ เสือร้องไห้ ของ สันติ แต่พานิช ที่ใช้เวลาทำเกือบ 2 ปี กว่าจะเสร็จเรียบร้อย โดยมีกำหนดเข้าฉาย 21 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ (ถ้าไม่โดนเลื่อนซะก่อน)

จะว่าไปแล้ว สันติ แต่พานิช ประกาศตัวไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า เสือร้องไห้ จะนำเสนอความมหัศจรรย์ของคนอีสาน ที่มีความสามารถหลายรูปแบบ และสามารถปรับตัวได้ทุกสภาพอย่างที่หลายคนคิดไม่ถึง ซึ่งเราสามารถเห็นคนอีสารเป็นได้ทั้งลูกเรือประมง เป็นจับกัง นักร้อง กุ๊กอาหารญี่ปุ่น หรือแม้กระทั้ง พระเอกงิ้ว โดยแนวทางของหนังนั้น จะนำเสนอแบบ Reality Film คือเห็นอย่างไรก็ถ่ายมันออกมาอย่างนั้น ต้องลงไปคลุกคลีกับตัวละครที่เลือก พยายามเก็บภาพชีวิตเหล่านั้น มาร้อยต่อกันให้เป็นสารคดีที่น่าสนใจ ด้านการทำงานนั้นก็มีปัญหาเยอะเหมือนกัน เริ่มตั้งแต่การออกค้นหาชาวอีสานที่เข้ามาทำงานอยู่ในกรุงเทพ (ไม่น่ายากนะ...ดูได้จากปริมาณของร้านส้มต่ำซะก่อน) เลือกคนที่มีความน่าสนใจ ปัญหาอยู่ที่จะเลือกใคร อาชีพอะไร เพื่อที่จะได้เรื่องราวที่น่าสนใจที่สุด เมื่อเจอแล้วก็จะต้องติดตามถ่ายทำการดำเนินชีวิตของตัวละครเหล่านั้นในทุกด้าน ทั้งการงาน ความรัก ความฝัน ความเจ็บปวด และเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่อาจคาดเดาได้

จากความพยายามเก็บข้อมูลค้นหาอยู่นาน ทำให้ในที่สุด สันติ ตกลงที่จะเลือกถ่ายทอดเรื่องราวความหวัง ความฝัน และความจริงของชีวิต 5 เสือของเขา ซึ่งประกอบไปด้วย ไอ้หนุ่มแขนซ้ายลายมังกร พรศักดิ์ ส่องแสง, เหลือเฟือ ม๊กจ๊ก , แมนหัวปลา , เนตรอินทรีเหล็ก และ พี่อ้อยสิงห์นักขับ ส่วนอะไรเป็นเหตุผลให้ สันติ เลือกถ่ายทอดชีวิตคนทั้ง 5 นั้น เขาให้เหตุผลในการเลือกแต่ละคนไว้ว่า

 

พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้องเลือดอีสานที่ดังมาก ดังขนาดไหนนะเหรอ เอาเป็นว่าไม่มีใครไม่รู้จักเพลง สาวจันทร์กั้งโกบ ไม่เฉพาะเมืองไทยนะแต่เรียกว่าทั่วโลกเลยก็ได้มั้ง เป็นนักร้องหมอลำคนแรกของเมืองไทยที่ไปตระเวนเล่นคอนเสริต์มาแล้วทั่วโลก ดังเทียบเท่า เบิร์ด เลย แถมเคยเล่นคอนเสริต์เดียวกันมาแล้วด้วย แต่แล้วข่าวคราวของเขาก็ค่อยๆ หายไป ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้ พรศักดิ์ อยู่ไหนทำอะไร คนรวยขนาดเขาใช้ชีวิตอยู่ยังไงในสังคม ตอนไปถ่ายเราก็เริ่มรู้จักพี่เขามากขึ้น รู้เลยว่า เขาเคยอยู่ในจุดที่สูงสุดมากมาแล้ว ไปมาแล้วเกือบรอบโลก รวยมาก แต่ตอนนี้ไม่ต้องการอะไรเลย ต้องการแค่อยู่บ้านกับครอบครัว ไปร้องเพลงตามที่คนเชิญ ชีวิตมีความสุข เป็นคนที่มีสีสันมาก ชีวิตผ่านอะไรมาเยอะ ถือว่าโชคดีมากที่ได้เจอเขา

เหลือเฟือ ม๊กจ๊ก เป็นอีกคนที่มีชีวิตที่น่าสนใจ เขาเป็นคนที่เหมือนเป็นตัวแทนคนอีสานอีกคนที่ประสบความสำเร็จ เป็นนักแสดงตลกคาเฟ่อันดับต้นๆ ของเมืองไทย การเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ ครั้งแรกก็เหมือนกับคนอืสานคนอื่นๆ เคยล้มลุกคลุกคลานอยู่ในเมืองหลายต่อหลายครั้ง เป็นชีวิตตลกที่ไม่ตลก แม้วันนี้จะมีชื่อเสียง แต่ก็ยังสามารถยกมือปาดน้ำตาได้ทุกครั้งที่หวนระลึกถึงความลำบากของอดีต

แมนหัวปลา เห็นเขาครั้งแรกก็สะดุดตามากเพราะดูแล้วรู้สึกว่าเป็น “ คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ” แมนอดีตพนักงานในที่จอดรถของร้านอาหาร ปอกุ้งเผา หน้าที่ใส่หัวปลาแต่งตัวประหลาดยืนโบกรถร่วมกับสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ หน้าร้านอาหาร เชิญชวนลูกค้าเข้าร้าน จุดมุ่งหมายเดียวที่ทำให้เขาทิ้งแผ่นดินอีสานมา คือ แม่ แต่ทำไปทำมาการใส่หัวปลาเต้นไปมาเรียกแขก ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น เขาจึงคิดหาทางอื่น ซึ่งสิ่งที่คิดได้ถัดมาก็คือ อาชีพตลก ความหวังครั้งใหญ่ที่เขาคิดว่ามันจะนำเขาไปสู่จุดมุ่งหมายได้เร็วขึ้น การถ่ายทอดชีวิตของ แมนหัวปลา เป็นเสมือนการถ่ายทอดรูปแบบชีวิตที่ต้องดิ้นรนหาหนทางฝ่าฟันไปข้างหน้าเพียงลำพัง
 

เนตรอินทรีเหล็ก อีกหนึ่งผู้ล่าฝันที่พยายามผลักดันตัวเองเข้าสู่วงการมายา ด้วยความหวังที่จะเดินตามรอย จา พนม ต้นแบบฮีโร่ของชาวอีสาน เขาฝึกฝนร่างกายให้เก่งเพราะหวังว่าจะเป็นฮีโร่นักบู๊คนต่อไป แต่เขาคิดว่าทางที่จะทำให้เก่งเท่าพระเอกนั้น ต้องเริ่มจากเป็นตัวแทนพระเอกซะก่อน ไม่ว่าเบื้องหน้าพระเอกจะต้องกระโดดตึก โดนเตะ คางแตก ไฟลวก ล้วนเป็นภารกิจของ เนตร ในอาชีพ สตั้นแมน ทั้งสิ้น เขาต้องเล่นเสี่ยงอันตรายทุกอย่างแลกกับเงินไม่ถึง 1 % ของค่าตัวพระเอก จนบางครั้งความเจ็บปวดของบาดแผล มันก็บาดลึกเข้าไปสู่หัวใจ และไหลออกมาจากดวงตาของชาย ผู้มีร่างกายแข็งแกร่งและมีศิลปะการต่อสู้รอบด้านอย่างเขาเหมือนกัน เราเลือกนำเสนอชีวิตของ เนตร เพราะเขาเป็นคนจิตใจดี มีความฝันที่บริสุทธิ์มาก พยายามเลียนแบบ จา พนม โดยจะซื้อวีซีดีทั้งของ พันนา , เฉินหลง , จา พนม มาดูตลอด เรียนรู้แบบถูก ๆ ผิด ๆ ปัจจุบันตัวเองอยู่ที่ทีมสตั้นท์ ไม่ได้มีงานมีเงิน แต่ฝันอยู่ตลอดเวลา ในหนังก็จะนำเสนออีกมุมของโลก สตั้นท์แมน ว่าจริงๆ มันเป็นอย่างไร มันไม่ได้น่าดูเหมือนกับโชว์ เขาไม่ได้เก่งกันทุกคน แต่ทุกคนต้องมาเสี่ยง จะมีภาพให้เห็นว่า คนที่เป็นสตั้นท์ก่อนขึ้นเวที ก็ต้องไหว้พระ สวดมนต์ จริง ๆ แล้วพวกเขาก็ไม่ได้กล้าบ้าบิ่นขนาดนั้น

สุดท้ายที่ พี่อ้อยสิงห์นักขับ หญิงแกร่งคนเดียวของเรื่องที่พาความสุขเดินทางไปบนถนนที่แสนกว้างใหญ่ของมหานครเพียงลำพัง มีเพียงผู้โดยสารกับเสียงวิทยุเท่านั้นเป็นเพื่อน แม้ว่าจะขับรถไปกลับจากถนนนี้สู่อีกถนนนึงเป็นประจำ แต่สิ่งที่ยังทำไม่ได้อย่างสม่ำเสมอเท่า ก็ดูเหมือนจะเป็นการกลับไปสู่บ้านเกิดที่พ่อแม่รอคอยอยู่ ทางกลับบ้านของพี่เขาดูเหมือนจะยาวไกลกว่าบ้านใครหลายๆ คน เขาต้องขับรถทุกวันตามความฝันของตนเองโดยไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุด ที่ถนนสายไหน หรือเมื่อไหร่ มีเพียงความรู้สึกที่ว่าตราบใดที่ พี่อ้อย ห่างออกจากพวงมาลัยหน้ารถนั่นเท่ากับว่าพี่อ้อยห่างบ้านออกไปทุกที จริงๆ แล้วกว่าจะเจอ พี่อ้อย เราหามาหลายคนลองนั่งรถไปเรื่อยๆ แต่มาสะดุดใจที่คนนี้ เขาจะกวนๆ ชีวิตเขาคือสีสันของเรื่อง มันจะได้ยิ้มกันก็ตรงนี้แหละ พี่เต็ด เองก็จะชอบชีวิตคนนี้มาก พี่อ้อย อารมณ์ดีพูดจาไพเราะ จริงๆ แล้วก็ทุกคนในเรื่องจะเป็นคนที่พูดจาดีหมดนะ

นั่นคือทั้ง 5 เสือร้องไห้ ซึ่ง สันติ ถือว่าพวกเขาเป็นตัวแทนของเหล่าพี่น้องชาวอีสารส่วนหนึ่ง ที่จะสื่อให้คนทั้งโลกเห็นว่าแท้จริงแล้วตัวตนของ คนอีสาน มีความหมายอย่างไรกับสังคม ทุกชีวิตที่เลือกมาจะถูกเก็บรายละเอียดแบบของจริงไม่มีเตี้ยม ไม่มีการท่องบท จัดแสง จัดฉาก หรือกำกับการแสดงใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่ผู้กำกับเองก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าในแต่ละวันจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตทั้ง 5 และเมื่อมาถึงวันนี้ สันติ บอกว่าเวลา 1 ปีในการเก็บภาพชีวิต กับเทปกว่า 300 ม้วน นับเป็นการทำงานที่คุ้มค่า ทำให้เขา และจะทำให้ทุกคนที่ได้ดู เสือร้องไห้ เข้าใจในความเป็นคน และคนอีสานมายิ่งขึ้น
 
 

จัดทำโดย: somethigncools.com
4/62 ซอย 3 หมู่บ้านสหกรณ์ ถ.เสรีไทย คลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240 โทร : 01-9913223
E-mail : gumpanat@somethingcools.com