ด้านการร่วมงานกับ เฉินหลง นั้น หยวนวูปิง เคยกำกับ เฉินหลง ใน Drunken Master (ไอ้หนุ่มหมัดเมา) เมื่อปี 1978 โดยบท ลู่หยาน ของ เฉินหลง ในเรื่องก็อิงมาจาก ไอ้หนุ่มหมัดเมา ซึ่งบังเอิญเป็นบทที่พ่อของ หยวนวูปิง เคยแสดงมาก่อน ด้านความสัมพันธ์ส่วนตัวนั้นทั้งคู่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก เพราะโตด้วยกันมาและเรียนที่โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้แห่งเดียวกัน แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ร่วมงานกันมานานกว่า 2 ทศวรรษ จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในหนังเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร
สำหรับการทำงานของ หยวนวูปิง ในเรื่องนี้เขาได้ศึกษาเรื่องราวและฉากแอ็คชั่นแต่ละฉากอย่างละเอียด โดยยังยึดรูปแบบการทำงานแบบที่เคยทำในฮ่องกง มากกว่าจะเป็นรูปแบบแอ็กชั่นของ Hollywood ซึ่งจะอธิบายคิวบู๊กับทีมสตันท์แค่ 5 นาทีก่อนถ่ายทำจริง แต่ก่อนจะถึงตรงนั้นเขากับน้องชายและทีมงานต้องทำงานกันอย่างหนัก จะมีคนหนึ่งเป็นคนออกความคิด อีกคนเป็นคนวิจารณ์ จากนั้นคนที่เหลือจะรับฟังและเสนอไอเดียอื่น สุดท้าย หยวนวูปิง จะเป็นคนตัดสินใจว่าจะเลือกใช้รูปแบบในการต่อสู้แบบไหน
ซึ่งเมื่อหน้าที่หนักถูกมอบหมายให้ถูกคนถูกงานแล้ว เฉินหลง เองถึงกับออกปากว่าเขาไม่ค่อยกดดันกับกานทำงานในเรื่องนี้ซักเท่าไหร่ เพราะไม่ต้องคอยให้คำปรึกษาเรื่องฉากแอ็คชั่น ต้องกำกับคิวบู๊ ไม่ต้องดูแลสตันท์ เหมือนอย่างการทำงานใน Rush Houre หรือทำหนังของเขาเอง แม้การร่วมงานกับ หยวนวูปิง จะผ่านมาแล้วถึง 30 ปี ตั้งแต่หนัง Snake Eagle Shadow และ Drunken Master เขาก็ยังรู้สึกเชื่อใจในสหายเก่าคนนี้ |