The Forbidden Kingdom
 

หยวนวูปิง ราชาคิวบู๊ผู้อยู่เบื้องหลัง เฉินหลง VS เจ็ท ลี ใน The Forbidden Kingdom

 

ธรรมดาก็นับเป็นเรื่องยากอยู่แล้วที่จะจับสอง Super Star มาอยู่ร่วมกันบนจอเดียวกัน แต่เมื่อ The Forbidden Kingdom มีโอกาสได้ทั้ง เฉินหลง และ เจ็ท ลี สองผู้ยิ่งใหญ่นักบู๊ของเอเชียมาแสดงร่วมกันแล้ว เรื่องที่ยากสุดคงเป็นที่จะทำอย่างไรให้รัศมีของทั้งสองดาราใหญ่ไม่บทบังกันเอง เพราะทั้งคู่ต่างมีแฟนคลับที่เหนียวแน่น และคงไม่ยอมเป็นแน่หากขวัญใจตนเองต้องกลายเป็นลูกไล่ของอีกฝ่าย และก็จะเป็นการไม่ดีกับภาพรวมกับหนังด้วย หากได้ของดีมาอยู่ในมือแล้วใช้ไม่คุ้ม แน่นอนคนที่ต้องรับหน้าที่หนักสุดคงหนีไม่พ้นผู้กำกับคิวบู๊ ซึ่งนอกจากจะต้องรับผิดชอบในเรื่องการออกแบบการต่อสู้ให้มีความแปลกใหม่แล้ว ด้วยชื่อเสียงและบารมีก็ต้องเป็นที่ยอมรับของดาราใหญ่ทั้งสองคนด้วย นักออกแบบคิวบู๊คนเดียวที่สามารถยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองคนนี้ได้ และสามารถส่งเสริมหนังได้มีความแปลกใหม่ รวมถึงมีผลงานโดดเด่นและได้รับการยอมรับจากทุกคน ทุกฝ่าย ก็คงจะมี หยวนวูปิง คนนี้เท่านั้น

ส่วนตัวตั้งตัวตีในการชวน หยวนวูปิง มาร่วมงานนี้ ก็คือ เจ็ท ลี นั่นเอง โดยให้เหตุผลว่านักออกแบบคิวบู๊ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจีน และในโลกขณะนี้ไม่มีใครเหนือกว่า หยวนวูปิง ดูได้จากผลงานที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น The Matrix, Crouching Tiger, Hidden Dragon ของ อั้งลี่ และ Kill Bill ของ เควนติน ทาแรนติโน่ ทั้งหมดเป็นหนังที่วูปิงออกแบบคิวบู๊และโด่งดังไปทั่วโลก โดย เจ็ท ลี เองก็เคยร่วมงานกับ หยวนวูปิง มาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดกับกับหนังกังฟูย้อนยุคอย่าง Fearless เขาจึงเชื่อมั่นว่างานนี้ต้อง หยวนวูปิง เท่านั้น

The Forbidden Kingdom The Forbidden Kingdom
 

ด้านการร่วมงานกับ เฉินหลง นั้น หยวนวูปิง เคยกำกับ เฉินหลง ใน Drunken Master (ไอ้หนุ่มหมัดเมา) เมื่อปี 1978 โดยบท ลู่หยาน ของ เฉินหลง ในเรื่องก็อิงมาจาก ไอ้หนุ่มหมัดเมา ซึ่งบังเอิญเป็นบทที่พ่อของ หยวนวูปิง เคยแสดงมาก่อน ด้านความสัมพันธ์ส่วนตัวนั้นทั้งคู่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก เพราะโตด้วยกันมาและเรียนที่โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้แห่งเดียวกัน แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ร่วมงานกันมานานกว่า 2 ทศวรรษ จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในหนังเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร

สำหรับการทำงานของ หยวนวูปิง ในเรื่องนี้เขาได้ศึกษาเรื่องราวและฉากแอ็คชั่นแต่ละฉากอย่างละเอียด โดยยังยึดรูปแบบการทำงานแบบที่เคยทำในฮ่องกง มากกว่าจะเป็นรูปแบบแอ็กชั่นของ Hollywood ซึ่งจะอธิบายคิวบู๊กับทีมสตันท์แค่ 5 นาทีก่อนถ่ายทำจริง แต่ก่อนจะถึงตรงนั้นเขากับน้องชายและทีมงานต้องทำงานกันอย่างหนัก จะมีคนหนึ่งเป็นคนออกความคิด อีกคนเป็นคนวิจารณ์ จากนั้นคนที่เหลือจะรับฟังและเสนอไอเดียอื่น สุดท้าย หยวนวูปิง จะเป็นคนตัดสินใจว่าจะเลือกใช้รูปแบบในการต่อสู้แบบไหน

ซึ่งเมื่อหน้าที่หนักถูกมอบหมายให้ถูกคนถูกงานแล้ว เฉินหลง เองถึงกับออกปากว่าเขาไม่ค่อยกดดันกับกานทำงานในเรื่องนี้ซักเท่าไหร่ เพราะไม่ต้องคอยให้คำปรึกษาเรื่องฉากแอ็คชั่น ต้องกำกับคิวบู๊ ไม่ต้องดูแลสตันท์ เหมือนอย่างการทำงานใน Rush Houre หรือทำหนังของเขาเอง แม้การร่วมงานกับ หยวนวูปิง จะผ่านมาแล้วถึง 30 ปี ตั้งแต่หนัง Snake Eagle Shadow และ Drunken Master เขาก็ยังรู้สึกเชื่อใจในสหายเก่าคนนี้

The Forbidden Kingdom The Forbidden Kingdom
 

ส่วน เจ๊ท ลี นั้นไม่ต้องห่วง เพราะออกโรงไปตัวไปเชิญ หยวนวูปิง มาร่วมงาน ก็ย่อมจะมาจากความสบายใจและความเชื่อมือในการที่ได้ทำงานร่วมกันมาก่อน ซึ่งเขาก็ยอมปล่อยเรื่องการออกแบบคิวบู๊ให้เป็นหน้าที่ของทีมงานโดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะเชื่อว่าคิวบู๊ของ หยวนวูปิง สามารถตอบสนองความต้องการของหนังได้

แม้ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกของ Superstar นักบู๊จากเอเชียที่ได้โคจรมาพบกันบนแผ่นฟิล์ม และก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ทั้งคู่จะมีโอกาสมาร่วมงานกันอีกหรือเปล่า ผนวกกับได้ หยวนวูปิง ที่ถูกยกย่องซึ่งถูกยกให้เป็นเบอร์หนึ่งของผู้กำกับคิวบู๊ยุคนี้ ก็บอกได้เลยว่าการเสียเงิน เสียเวลาอันมีค่า เพื่อเข้าไปดู The Forbidden Kingdom แล้วได้เห็นการปะทะกันของทั้งสองคนครั้งนี้นับว่าคุ้มค่าแล้วครับ ( Confirm ว่ามันส์จริงๆ นะ จะบอกให้)
 
 

จัดทำโดย: somethigncools.com
4/62 ซอย 3 หมู่บ้านสหกรณ์ ถ.เสรีไทย คลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240 โทร : 01-9913223
E-mail : gumpanat@somethingcools.com