mooping

ถ้าตัดคำว่า ลูกเสี่ย ออก เส้นทาบนถนนสายบันเทิงของดาราเด็กอย่าง น้องเกรซ คงมีความกดดันน้อยลง ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ไม่ค่อยจะยุติธรรมเท่าไหร่ หากจะโดนใครบางคนหมั่นใส้ จับผิด หรือพูดว่าเธอเกิดได้เพราะเป็น เด็กเส้น แม้แต่กรณีล่าสุดในเรื่องของรางวัลที่น้องพึ่งจะได้มา พวกเราก็ไม่อยากออกความเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากนัก เอาเป็นว่าปล่อยให้เป็นเรื่องของต่างคนต่างคิดจะดีกว่า ไม่ชอบก็ไม่ต้องทำ ไม่ชอบก็ไม่ต้องยอมรับ…ให้เวลาเป็นเครื่องตัดสินน่าที่ดีที่สุด แต่เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับ น้องเกรซ เราเลยอยากคุยกับน้องในมุมมองอื่นมากกว่า ดูซิว่าเด็กสมัยนี้เขาคิดอะไรกัน

ตอนนี้ น้องเกรซ อายุเท่าไหร่แล้ว
9  ขวบ ค่ะ

9 ขวบของเรากับ 9 ขวบกับของเพื่อนต่างกันไหม
ต่างกันค่ะ เพื่อนคนอื่นจะมีเวลาว่างมากกว่า ทำโน่นทำนี่ได้ แต่ของ เกรซ ต้องมีเรื่องหนังเข้ามา แล้วก็จะมีงานอื่นๆ อีก

 

รู้สึกอย่างไร ไปไหนมาไหนก็มีคนรู้จักเข้ามาทักทาย
ตอนแรกก็สนุก  ดีใจมีคนจำได้  เข้ามาทักทาย แต่พอนานๆ ไปเริ่มรู้สึกว่าบางทีก็ไม่อิสระนะ แต่เวลามีคนเข้ามาทักก็จะยิ้มให้เขา เพราะถ้าไม่ยิ้มก็จะไม่ดี เวลาเหนื่อยก็จะไม่แสดงออก เก็บเอาไว้ในใจ

พอมาทำงานแล้ว รู้สึกว่าเหมือนหรือแตกต่างจากตอนที่ยังไม่ทำงานอย่างไร
ทำงานแล้ว ต้องหัดแยกเวลาให้ถูก บางครั้งก็ต้องไปถึงโรงเรียนก่อน มันไม่ได้สบายเหมือนเพื่อน บางที มันก็เหนื่อย เพราะบางทีต้องไปทำงานต่อที่ต่างจังหวัด  บางครั้งก็ต้องหยุดเรียนบ้างเป็นวัน ๆ

เหนื่อยไหม
เหนื่อย  เพราะตอนนี้มีหนังอยู่หลายเรื่อง อย่าง  ข้าวเหนียวหมูปิ้ง  ไฉไล  นเรศวร แล้วมี ส้มตำ ด้วย มีเรื่องอื่นที่เขากำลังติดต่อเข้ามาอีก  แต่ เกรซ ขอพักไว้ก่อนเพราะเหนื่อยอยู่

ไหนลองเล่าให้ฟังถึงขั้นตอนการทำงานแต่ละเรื่องให้ฟังหน่อยว่า เตรียมตัวอย่างไรบ้าง
ตอนแรกก็จะมีบทมาให้ เกรซ ก่อน  เกรซ ก็จะเอาบทมาอ่าน แล้วก็จะขอคุยกับพี่ที่กองเขา
บางกองพี่เขาอาจจะนัดให้เกรซไปหา คุยกันว่าหนังเรื่องนี้เป็นอย่างนี้นะ ต้องไปถ่ายที่นี่ โลเกชั่นเป็นอย่างนี้นะ เราก็มาคิดดูว่าเออจะดีไหม ถ้าเราจะรับเล่นหนังเรื่องนี้ไหม

แล้ว เกรซ ชอบดูหนังไหม

ชอบ ก็แล้วแต่ว่างด้วย  อย่างสมติถ่ายหนังกลับมาตอนกลางคืนบางทีก็ไม่ไหว แต่ว่าบ้างที่ถ้าว่าง อีกวันไม่ทำไร หรือ เสาร์ อาทิตย์ ไม่ถ่ายหนังก็จะหยิบเอามาสัก 2 เรื่องมาดู ไม่ว่าใครจะหลับไปแล้ว เกรซ ก็จะอยู่ดูจนจบเรื่อง ถ้าว่างจริง ๆ ถ้าไม่มีการบ้าน ส่วนมากจะดูจาก VCD มากกว่าที่จะไปดูในโรง

mooping mooping
 

ป๊าเป็นคนที่ทำหนังอยู่เบื้องหลังหนังมา 30-40 ปี ป๊าถือว่าเป็นต้นแบบหรือมีอิทธิพลเกี่ยวกับหนังต่อตัวเกรซไหม
ป๊าชอบดูหนัง บางทีป๊าไปดูหนังที่เขาตัดต่อมาให้ดูที่แล็ปกันตนาบ้าง สยามพัฒนาฟิล์มบ้าง เกรซ ก็จะมีตามไปดูหนังกับป๊าด้วย ป๊าเขาก็จะถามความคิดเห็นกับ เกรซ เหมือนกันว่า เป็นไง ก็จะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว จำได้ก็ตั้งแต่เกรซอายุได้ 3-4 ขวบ
 
ได้มีโอกาสได้เข้ามาทำงานตั้งแต่เด็ก คิดว่าเราได้อะไรจากการทำงานตรงนี้

ได้ความรู้  (ตอบเร็วมาก) ว่าเข้าใช้กล้องทำอะไร อย่างรุ่นเก่า เป็นแบบคลาสสิค ก็จะมีกลม 2 กลม แล้วมีขีดแล้วก็เป็นหัวกล้อง  แต่ว่าจริงๆ  แล้วมันไม่ใช่ มันเป็นอะไรที่ซับซ้อนกว่านี้ เราจะใช้ภาพนี้ แต่ว่าแสงไม่พอ มันก็ต้องใช้ไฟเสริม อย่างสมมติตอนแรกเรายืนอยู่ที่เสาที่ 1 แต่แสงไม่พอ เงามันบัง  เราก็หลอกด้วยการเอียงตัวไปหน่อย หรือไปที่แสงที่สอง แล้วก็เป็นนักแสดงต้องอดทน อย่ายอมแพ้

เล่นหนังแต่ละเรื่อง ต้องเริ่มทำงานกับคนที่เราไม่รู้จัก ต้องเจอคนใหม่ๆ ที่เราไม่เคยร่วมงานด้วย  เกรซ มีวิธีการรับมืออย่างไร

ความรู้สึกคือเราไม่ค่อยคุ้นกับคนนี้ เราต้องคุยกับเขาไปเรื่อยๆ  ต้องให้สนิทกับเขา ทำความรู้จักกับคนนี้ เพื่อให้เล่นง่ายขึ้น อย่าง พี่กาละแมร์ มาวันแรกๆ ก็ไม่รู้จัก ใคร น๊า ไม่รู้จัก เกรซ ก็แบบ พยายามคุยกับเขา ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนสนิทกันมาก

มี ป๊า เป็นผู้สร้างหนังนี่ทำงานสบายกว่าคนอื่นหรือเปล่า
ไม่สบายกว่าเลย นักแสดงต้องทำในสิ่งที่เราต้องทำ  เพราะถ้าเราไม่อยากทำ หรือไม่ยอมทำฉากนี้ หนังมันจะเสร็จยาก 

อย่าง น้องเกรซ นี่เวลาทำงานถือว่าเป็นคนตั้งใจทำงานไหม
บอกไม่ถูก ต้องให้คนอื่นบอก เพราะถ้า เกรซ บอกว่าตั้งใจคนจะไม่เชื่อนะ

งั้นให้เปอร์เซ็นต์ในความตั้งใจในการทำงาน
หมายถึงความอดทนหรืออะไร

ก็ทั้งความอดทนและความตั้งใจ เห็นซน อย่างนี้เวลาทำงาน งานคืองานรึเปล่า
เวลาซ้อมอาจมีเล่นมั้ง   แต่เวลาถ่ายจริง ก็จะทำจริงๆ  จะตั้งใจมากๆ จะไม่เล่นเหมือนตอน
ซ้อม แต่ถ้าบางฉากที่เรารู้สึกว่าเล่นไม่ดี แล้วผกก.บอกว่าใช้ได้ แล้วตัวเองรู้สึกไม่ดีจริงๆ เกรซ ก็จะขอเทค

คิดว่าการทำงานทุกวันนี้เราทำเพื่ออะไร เพื่อใคร
เพื่อป๊า  (ตอบอย่างหนักแน่นและชัดเจน) เพราะว่า ป๊ะป๊า เคยบอกว่าต้องทำทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุด 

ความสุขทุกวันนี้ของ เกรซ คืออะไร
อาบน้ำให้หมา(ตอบเร็วมาก)

mooping mooping
 

ถ้ามีเวลาเพิ่มขึ้นอยากเอาเวลาไปทำอะไร         
อยากไปทำบุญอยากไปเที่ยวธรรมชาติอะไรด้วย และก็อยากอยู่เฉยๆ ไม่อยากทำอะไร อยากไปเที่ยวน้ำตก อยากไปอะไรอย่างเนี้ยะ  อยาก แต่ทำไม่ได้จริง ๆ  แต่เวลาทำบุญคุณตาคุณยาย เราอาจจะมีโอกาสแค่ไม่กี่ชั่วโมง เพราะต้องกลับมากินข้าวกับป๊า เกรซ อาจจะขอสักชั่วโมงหนึ่งลองไปเที่ยวที่นี่ได้ไหม  ที่ไหนดี ที่นครนายกมีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง

รักอะไรมากที่สุดในโลก
แหม ก็อะไรที่เรารักที่สุดก็ต้องพ่อ แม่  ถูกป๊ะ รองมาก็ป้าติ๊ก  ลุงต่อ แล้วก็พี่เอ๋ พี่โอ๋ พี่อุ๋ย พี่หนึ่ง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนในครอบครัว

เห็นว่าหนังเรื่องข้าวเหนียวหมูปิ้งสร้างจากเรื่องจริงของแม่หมากับลูกหมาที่เคยอยู่แถวสยาม และตัวจริง เกรซ เองก็เคยมีประสบการณ์พิเศษเกี่ยวกับหมาที่มันอยู่แถวสยามด้วย ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อย  
เมื่อก่อน เกรซ ชอบไปแถวสกาล่า ปาป๊า ชอบพาไปกินหูฉลาม เสร็จแล้วเกรซจะซื้อหมูปิ้งมา 20-30 ไม้ทุกวัน ให้หมากิน หมามันก็ฉลาด มันก็เหยียบไม้แล้วรูดหมูปิ้งออกมา หลังจากนั้น เกรซ ก็ให้มันทุกวัน ตอนหลังมันโดนหมาตัวอื่นกัด เกรซ ไม่ได้เลี้ยงมัน แต่ เกรซ ก็ยังคิดถึงมัน จน เกรซ ร้องไห้เลย ประมาณหลายๆ เดือนเหมือนกัน  เพราะ เกรซ ไปเกือบทุกวันเลย   หมามันอยู่ที่นั้นมานานแล้ว มันจะไปนอน มันไม่ค่อยยุ่งกับใคร แต่มันก็สนิทกับคนแถวนั้น เพราะคนแถวนั้นชอบให้อาหารมัน มันชื่อไอ้เขียว

พูดถึง หนังเรื่องที่ 2 หน่อย ข้าวเหนียวหมูปิ้ง เป็นไงบ้างยากกว่าหนังเรื่องแรกอย่างเอ๋อเหรอไหม
ยากกว่า เพราะมันต้องเล่นกับหมา แล้วเราไม่รู้อารมณ์มัน อย่างถ้าเล่นกับคนง่ายกว่า  แต่ว่ามันก็สนุกนะที่ได้เล่นกับหมาด้วย

แล้วเวลาแสดงที่ต้องเข้าฉากกับหมายากไหม
ก็แล้วแต่อารมณ์ของหมา  อย่างบางทีเป็นฉากที่ต้องเดิน ๆ แล้วสมมติบางทีมันก็แพ้ปลอกคอ พอมันใส่ปลอกคอแล้วมันก็เกา ๆ มันก็หงุดหงิด ๆ นอนหลับ มันก็ยากหน่อย ถ้ามันหงุดหงิด
อย่างจะมีฉากที่ เกรซ ต้องพาหมูปิ้งไปหาหมอที่คลินิก เพราะว่าหมามันหงุดหงิด พอเสร็จแล้วมันก็มีอารมณ์นอน สมมติหมอต้องตรวจ ต้องหลับ ต้องไม่สบาย มันก็เล่น พอต้องนอน มันก็ยังเล่นอยู่ แล้วพอมันต้องนอน มันก็ยังเล่น จะยากหน่อย มันก็หงุดหงิดด้วย

เกรซมีวิธีจะช่วยมันไหม
ไม่มีเลย เพราะไม่ว่าจะทำอะไร  จะจี้มัน มันก็ไม่ทำอะไรเลย มันก็นอน

อยากให้ใครมาดูหนังเรื่องนี้
อยากให้คนที่ไม่ค่อยสนิทกับหมามาดู หรือคนที่ยังไม่เคยเลี้ยงหมาเลยอะไรประมาณนี้ เขาจะได้รู้ว่าคนกับหมาก็เป็นเพื่อนได้

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับการพูดคุยกับ น้องเกรซ ในครั้งนี้ แม้ว่าจะเป็นการพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย แต่ก็ทำให้เราได้รู้จักดาราเด็กคนนี้มากขึ้นว่า เธอเป็นเด็กฉลาด และมีความรับผิดชอบสูง ส่วนหากใครยังข้องใจเรื่องฝีมือของน้องเขา ก็คงต้องให้เวลากันอีกซักหน่อย ของอย่างนี้มันต้องฝึกไปเรื่อยๆ ครับ คิดว่าเธอมีโอกาสดีขนาดนี้ ในอนาคตคาดว่าเราคงได้เห็นเธอคนนี้ เติบโต และสามารถเป็นนักแสดงคุณภาพได้อย่างแน่นอน


 

จัดทำโดย: somethigncools.com
4/62 ซอย 3 หมู่บ้านสหกรณ์ ถ.เสรีไทย คลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240 โทร : 01-9913223

E-mail :
gumpanat@somethingcools.com