13

ด้วยวัยเพียง 25 ปี ของมะเดี่ยว  ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล นับได้ว่าเส้นทางการทำหนังของเขาได้ก้าวไปไกลกว่าที่หลายคนคิด เริ่มต้นจากหนังสั้นที่เข้าตากรรมการได้อย่างจัง จนถึงผลงานบนจอใหญ่อย่าง คน ผี ปีศาจ ก็ไม่ได้ทำให้คนที่ติดตามผลงานของเขาผิดหวังแต่อย่างใด มาวันนี้ผลงานชิ้นที่สอง 13 เกมสยอง ก็พร้อมลงโรง ให้พวกเราพิสูจน์ฝีมือของเขาอีกครั้ง แต่ก่อนจะชมกันเต็มๆ เราก็มาฟังจากปากคำของ มะเดี่ยว กันซักหน่อยว่า เขามีอะไรจะบอกในผลงานชิ้นใหม่นี้

ผลงานของ มะเดี่ยว มักจะมีการตั้งคำถามอะไรบางอย่างผ่านตัวหนังเสมอ แล้วในหนัง 12 และ 13 เกมสยอง มะเดี่ยวตั้งคำถามอะไรไว้

ปกติเวลาที่ผมทำหนังมันเหมือนมีคำถามอยู่เสมอ เหมือนเกิดคำถามกับชีวิต เหมือนกับในขณะที่เราทำไปเราได้แสวงหาคำตอบให้กับสิ่งนั้น ซึ่งบางทีไปถึงตอนจบมันอาจจะไม่เจอคำตอบก็ได้ แต่ระหว่างทางเราได้เรียนรู้ มีการเติบโตทางความคิด อย่างหนังเรื่อง 13 มันเริ่มมาจากแค่หนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่ง ที่ว่าด้วยความโลภของคน แล้วพอเราเริ่มปั้นขึ้นมาเป็นบท ขึ้นมาเรียนรู้ตัวละครที่ชื่อ ภูชิต จากการ์ตูนมันก็เกิดคำถามกับเราเองว่า

 

ถ้าสมมติว่าเป็นเราเจอสถานการณ์หรือมีโอกาสอย่างเขา ที่อยู่ๆมีใครก็ไม่รู้ยื่นข้อเสนอมาว่ามีเกม 13 ข้อให้เล่น เล่นครบได้เงิน 100 ล้านจะเล่นเปล่า ผมถามทุกคนเลย บางคนก็เล่น บางคนก็ไม่เล่น ยิ่งพอเราเขียนบทขึ้นมาเป็น 13 ข้อที่ท้าทายความรู้สึกว่าทำไมไม่ทำบางคนเค้าเจอก็แค่ 4-5 ข้อ เขาก็เลิกเล่นแล้ว มันก็คิดต่อไปได้อีกว่าการที่คนๆ หนึ่งที่ตัดสินใจเข้ามาเล่นเกมเนี่ยะ เขามีเหตุผลที่จะเล่นจากอะไร เพราะว่าเค้าไม่มีตังค์ก็คือมันไม่มีอะไรจะกินจริงๆ มันสิ้นหวัง เป็นหนี้สิน ซึ่งผมคิดว่าในสังคมปัจจุบันมันก็มีคนแบบนี้เต็มไปหมดเลย รวมถึงเราด้วยบางครั้ง เราหาทางออกให้กับชีวิตไม่ได้ เค้าผิดหรือป่าวที่เค้าจะเล่นเกมนี้ไม่ใช่แค่ความโลภ หรืออาจจะเป็นเพราะความจำเป็นบางอย่างของชีวิตรึเปล่า ส่งผลให้มันเกิดความคิดต่อไปได้อีกว่า การเป็นคนดีคุณค่าของคนมันวัดกันด้วยอะไร โลกนี้มันมีถูก มีผิดจริงหรือเปล่า อย่างสมมติว่าถ้าเค้าเล่นเกมนี้เพื่อหาเงินไปช่วยแม่ที่ป่วยอยู่จนถึงขั้นยอมทำร้ายคนอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งนั้น มันเป็นเหตุผลที่ดีที่ในการที่เค้าได้เงินมาไหม เพราะฉะนั้นซี่รี่ส์ของเรื่องนี้ทั้งหมด (ภาพยนตร์สั้น12 ,13เกมสยอง และโปรเจ็คต์ 14 ในอนาคต) มันไม่ใช่เพียงแค่ว่าด้วยการเล่นเกมแล้วได้ตังค์ แต่จะตั้งคำถามกับทุกคนว่าคุณค่าของความเป็นคนมันคืออะไร นี่คือสิ่งที่เรากำลังจะโยนคำถามนี้ออกไปเมื่อคุณดูหนังเรื่องนี้

ทราบมาว่าในขั้นตอนของการเกิดโปรเจ็คต์ “13 เกมสยอง” มีขั้นตอนและกระบวนการที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะการแปลงการ์ตูนความยาว 55 หน้าให้กลายมาเป็นภาพยนตร์ โดยมีคุณเอกสิทธิ์ เจ้าของไอเดียและเจ้าของเรื่องเข้ามามีส่วนร่วมสำคัญ จนเกิดเป็นโปรเจ็คต์ซีรี่ส์การต่อยอดทางความคิดและไอเดียผุดเป็นโปรเจ็คต์ลูกโซ่อย่าง 12

สำหรับเรื่องนี้มันมีแก่นของมันที่ชัดเจนมาก เราไม่ได้พูดถึงเรื่องของการหักมุมนะ เราว่าด้วยการท้าทายต่อความเป็นคนของคุณด้วย เราเองสงสัยเรื่องความเป็นมนุษย์มาโดยตลอด แล้วหนังเรื่องนี้คิดว่าสิ่งที่มันเป็นแรงดึงดูด ที่มันน่าสนใจสำหรับเราก็คือเรื่องตรงนี้แหละ มันเป็นประเด็นที่ว่าด้วยการตรวจสอบความเป็นคนของเราว่าเป็นเราๆ จะทำมั้ย แล้วก็สิ่งที่ช่วยแปลงจากภาพหนังสือการ์ตูนให้เป็นภาพยนตร์ คือข้อดีของพี่เอก (เอกสิทธิ์) ในการเขียนการ์ตูนเรื่องนี้คือทำให้เราเห็นออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหวในการ์ตูนออกมาเป็นภาพหนังเลย พอเราคุยกัน เห็นสตอรี่บอร์ด (ซึ่งพี่เอกลงมาเขียนสตอรี่บอร์ดในหนังเรื่องนี้ด้วย) แตกออกมาเป็นชู้ตติ้งสคริปต์ ก็รู้สึกว่ามันซิงค์กันอย่างแรง สิ่งที่พี่เอกเห็นกับสิ่งที่เราเห็นมันเป็นอะไรที่ใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ยากสำหรับการแปลงการ์ตูนมาเป็นหนังนั่นคือ การขยายรายละเอียดแล้วก็ความน่าเชื่อถือ ในขณะที่การ์ตูนที่พี่เอกเขียนออกมามันมีความเสียดสีแล้วก็ตลกร้ายอยู่ แต่พอเอามาทำเป็นหนังมันไม่ตลกร้ายนะ มันซีเรียส แต่ไม่ถึงกับซีเรียสเกินไป บางอย่างในการ์ตูนมันเสียดสีได้ แต่พอมาเราเอามาทำเป็นหนังจริงๆ มันไม่ได้ไง คือตอนจบของการ์ตูนคือการเสียดสีสังคม เย้ยหยันมัน แท้จริงสังคมของเราก็ชอบดูเรียลลิตี้ เพื่อให้เห็นความชิบหายวายป่วงของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก  แต่พอมาเป็นหนังแล้ว มันเป็นไปได้ยาก จริงๆ ธรรมชาติของคนที่ชอบดูความชิบหายอะไรต่างๆ ของคน มันอยู่ในธรรมชาติตัวตนของคน เราเองก็ยอมรับว่าชอบดูรายการสารคดีอะไรที่ มันซัดบ้านคนตู้ม คนตาย ธรรมชาติของคนชอบดูอะไรที่เป็นความก้าวร้าวที่สะท้อนผ่านสื่ออยู่แล้ว ความก้าวร้าวโดยไม่รู้ตัว เราเห็นคนตบกัน ด่าทอกันในทีวี ชีวิตจริงเราไม่ทำไง พอเห็นอะไรในทีวีแล้วรู้สึกซะใจจัง ดูมวย ดูอะไรอย่างเนี่ยะ นี่คือธรรมชาติของคนที่ถ่ายทอดความก้าวร้าวออกไปผ่านจากการดูทีวี พอเรามาทำเป็นหนัง สมมติว่าเราจะเย้ยหยันว่าจริงๆ แล้วพวกคุณก็ชอบดูอะไรพวกเนี่ยะ ก็จะมีคนออกมาพูดว่าไม่จริง ฉันไม่ได้ชอบดูอะไรที่เป็นความก้าวร้าวพวกนี้ ฉันไม่ได้ดูอะไรที่เป็นความก้าวร้าวนี้หรอก เพราะฉะนั้นเพื่อความสมจริงเราจึงต้องมีการปรับบางส่วนจากหนังสือการ์ตูน
13 13
 

ช่วยขยายความสิ่งที่อยู่ในหัวของมะเดี่ยวและความเป็น “12”

12 เป็นหนังที่ว่าด้วยเด็กกลุ่มหนึ่ง เป็นเด็กม.ต้น อยู่ม.3 กำลังอยู่ในวัยที่เลิกเล่นเกมและเริ่มหันไปจีบสาว แต่ก็ยังคุย msn กันอยู่ คือในหนังจะเล่าเรื่องมาว่าให้คนดูรู้ว่าก่อนหน้านี้เด็กพวกนี้ชอบเล่นเกม ติดเกม จนมาถึงวัยที่เริ่มเป็นหนุ่ม ก็เลิกเล่นเกม แต่ยังมีเพื่อนคนหนึ่งที่ติดเกมมากจนติดลึก จนนึกว่าตัวเองสร้างโลกได้ สร้างอะไรได้พูดจา พร่ำเพรือไม่รู้เรื่อง เพื่อนก็ค่อยๆ เฟดไป แล้วก็หายไปจากกลุ่ม เหมือนเราที่มีเพื่อนที่บางทีลาออกจากโรงเรียน เฮ้ยไปไหนวะ ก็ได้ข่าวว่าเพื่อนคนนี้ได้ตายไปแล้ว วันหนึ่งก็มีเพื่อนใหม่เขามาและชอบเล่นเกมเหมือนกัน และได้ออนไลน์กับคนหนึ่งที่ชื่อว่า กี้ เพื่อนในกลุ่มก็ตกใจว่ากี้คือคนที่ตายไปแล้ว และจะมาทุกๆเที่ยงคืน หลังเที่ยงคืนออนเน็ตทุกวัน ซึ่งเพื่อนๆ ในกลุ่มนี้ก็จะมี น้องอเล็กซ์ ซึ่งเล่นเป็นเต้ ตัวเอกของเรื่องนี้ มีนักแสดงใหม่อีก 2-3 คน ก็จะมีตัวละครที่เป็นเด็กร้ายๆ ที่ชื่อว่า มิก แล้วก็ ไอ้แบ้ ที่เป็นตัวละครที่เก่งคอม จัดฟัน อะไรก็ว่าไป แล้วก็มาช่วยกันสืบไปว่า ไอ้กี้ นี่มันคืออะไร เป็นคน หรือผี หรือเป็นใครที่ปลอมตัวมาเป็นกี้ แล้วต้องการอะไร ในขณะที่พอสืบไปจุดหนึ่ง ก็จะรู้ว่า กี้ ตายไปแล้ว แต่ทำไมถึงมีชีวิตอยู่ในโลกไซเบอร์และพยายามที่จะติดต่อกลับมา ในขณะที่ถ้าเกิดว่ามีใครพยายามจะติดต่อกลับไป หรือพยายามค้นหาความจริงว่า แท้จริงแล้วกี้เป็นใคร อยู่ที่ไหน มีตัวตนจริงรึเปล่า สิ่งเลวร้ายก็จะเริ่มเกิดขึ้น และคุกคามชีวิตของเด็กพวกนี้ ซึ่งใน 12 ก็จะมี พี่ตั้ว ศรัณยู และ พี่ต่าย เพ็ญพักตร์ ซึ่ง พี่ตั้ว จะเล่นเป็น พันตำรวจโท สุรชัย ตำรวจสืบสวน เป็นพ่อของอเล็กซ์ เป็นพ่อแบบดุๆ เลิกกับเมีย อยู่กับลูกชาย 2 คนไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก เพราะฉะนั้นตัวลูกก็เล่นเกมไปซิ บางวันไปเขาวันดึกกลับมา เจอลูกนั่งเล่นเกมอยู่ไม่ถูกใจก็ด่าซะงั้น ลูกก็เลยจะค่อนข้างกลัวพ่อ เพราะฉะนั้น น้องอเล็กซ์ ที่เล่นเป็นตัว เต้ ก็จะเป็นประมาณลูกตำรวจแต่กลัวเกรงใจพ่อ เพราะพ่อเองก็ไม่ใช่พ่อที่แสดงความรัก ก็จะทำตัวไม่ถูก จะรู้สึกห่างเหินกับพ่อนิดหนึ่ง แต่ไม่แสดงออกมา ในขณะที่ พี่ต่าย เล่นเป็นแม่ของ กี้ เด็กที่ตายไปแล้ว ในภาคนี้ (12) ก็ยังไม่มีบทอะไรมาก แต่ก็เป็นแม่ที่กุมความลับอะไรบางอย่างไปอยู่ที่เรายังบอกไม่ได้ แต่ พี่ต่าย จะมีบทบาทสำคัญในตอนต่อไป (14) ส่วนใน12 ก็จะมีกลุ่มนักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตาเลยทีเดียว แต่ละคนฝีมือการแสดงเป็นที่การันตี ก็จะมีน้อง อั้ม ที่เล่นเป็น มิก เป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องเหมือนกัน เป็นเด็กร้ายๆ คือเหมือนในกลุ่มถ้ามีคนหนึ่งใจเย็น มิก ก็จะมีคาแรคเตอร์เป็นคนใจร้อน บุ่มบ่าม มีแบ้ ซึ่งเล่นโดย น้องบอล เป็นเด็กใหม่เหมือนกัน แบ้ จะเป็นพวกที่มีคาแรคเตอร์พูดเยอะๆ พูดมากๆ กูรู้ กูเก่งไปหมด เก่งคอมฯ ทำอะไรก็ตามที่ประมาณว่ารู้ไปหมด แล้วก็มีเพื่อนที่เข้ามาใหม่ชื่อ เบิ๊ด เล่นโดย น้องต้า ไอ้นี่ก็จะประมาณพวกบ้าคอม นั่งอ้วน กินขนม เล่นเนตตลอดเวลา คือไอ้เด็กกลุ่มนี้เนี๊ยะจะเป็นตัวแทนของคาแรคเตอร์เด็กสมัยนี้ที่เป็นกันอยู่ คือถ้าไม่ไปฟักใฝ่เล่นกีฬาไปเลยวันๆ ก็จะเล่นแต่เนต คุยกันเรื่องเกม แต่ตัวเด็กกี้ คือศูนย์กลางของตัวละครในซี่รี่ส์นี้ ซึ่งก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรมากมายในนี้เหมือนกัน

จาก12 นำมาซึ่ง13  ในเมื่อตั้งใจทำหนังเรื่อง  “13เกมสยอง” ทำไมต้องมี 12

12 ต้องเชื่อมโยงกับ 13  เป็นจุดเริ่มต้นของเกม แต่เราไม่ได้เล่าทั้งหมด การจะมาถึง 13  เปรียบได้กับการนั่งเล่นเมล์ ในระหว่างทางที่นั่งรถเมล์มาคือ 12 แต่ 12  ไม่ได้เป็นตัวบอกว่ารถเมล์คันนี้มาจากไหน คือเราจะยังไม่บอก คือเดิมจะทำหนังเรื่อง 13 เนี่ยะ เผอิญมันมีความคิด ไอเดียอะไรบางอย่างที่มันพิเศษ ทำให้เราไม่อยากหยุดเรื่องราวทั้งหมดของมันอยู่ที่เกม 13 ข้อ เราก็เลยอยากที่จะเล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมมันถึงได้มีเกมนี้ เรายังอยากเล่าว่าก่อนหน้านี้มันคืออะไร และเกมนี้มันส่งผลอะไรต่อไป เพราะฉะนั้น 12 มันกำลังจะเล่าว่ามันมาจากไหน เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ด้วยรูปแบบที่เราเลือกจะนำเสนอ ทำให้มันมีจุดลิงก์กันอย่างแน่นอนว่า มันเป็นอย่างไร แต่ถ้าหากว่าคุณดู 13 โดยไม่ได้ดู 12 คุณก็จะดู13 รู้เรื่องอยู่นะ แต่ถ้าคุณดู 12  แล้วยังไม่ได้ดู 13 คุณก็จะรู้สึกอยากดู 13  เพราะว่ามันมีตัวละครที่เกี่ยวข้องกันอยู่ในทั้งหมดนี้แล้ว และต่อจาก 13 มันก็จะมี 14 ต่อด้วย มันเป็นซี่รี่ส์ มันถึงจะตอบคำถามที่เราจะโยนไปถามคนดู เพราะหนังมีรายละเอียดเยอะเลยทำให้มีการแตกยอดออกไป นี่อาจจะเป็นครั้งแรกของหนังไทย ที่มีหนังสั้นโผล่ออกมา 1 เรื่องก่อนแล้วค่อยเป็นหนังยาว แต่จริงๆแล้วหนังฝรั่งเขาก็มีอย่าง THE MATRIX และ THE ANIMATRIX ที่เป็นส่วนขยายของ THE MATRIX ว่ามันคืออะไร หรือแม้แต่ THE RING เวอร์ชั่นฝรั่งเขาก็มีหนังฉบับที่ฉายโรง และในดีวีดีก็มีหนังสั้นเรื่อง THE RING ที่เป็นหนังที่มีความยาว 20 นาทีอยู่ เราคิดว่ามันคงเป็นการต่อยอดทางความคิดของผู้กำกับนั่นแหละ ที่อยากจะเล่ารายละเอียดอย่างอื่นขึ้นมาอีก อย่างเราก็เช่นกันที่มีการทำ 12 ขึ้นมา
13 13
 

แล้ว 13 เกมสยองมันคืออะไร

13 เกมสยองมันก็คือ การว่าด้วยเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า ภูชิต เป็นพนักงานขาย เป็นเซลล์ขายเครื่องดนตรีที่กำลังอยู่ในภาวะที่ตกต่ำที่สุดของชีวิต ทั้งเงินช็อต เป็นหนี้เขา แฟนทิ้ง ที่บ้านก็มีปัญหา คือมันแย่ไปหมด เราเชื่อว่าคนที่แย่ไปหมด มีอยู่จริงๆ ในสังคมนะ ไม่ใช่แค่ในหนังนะ แล้วอยู่มาวันหนึ่งเขาได้รับโอกาสจากใครก็ไม่รู้โทรมาหาเขา บอกว่าเป็นรายการเกม ให้คุณเล่นเกมเนี่ยะ 13 ข้อ ถ้าคุณไม่เชื่อลองเล่นดู ข้อ 1 ก่อน ด้วยการที่ว่า ตรงเนี่ยะมีแมลงวันอยู่ให้คนลองหยิบหนังสือพิมพ์มาตีมันให้ตาย ถ้าตีมันตายได้คุณก็จะได้รับตังค์ 10,000 บาท  ปรากฎว่าพอลองตีไปแล้วเออได้ตังค์จริงๆ โอนเข้าบัญชี แต่ว่าเกมก็บอกอีกว่ามีข้อแม้อยู่ 3 อย่างคือ 1 ถ้าเกิดเล่นแล้วสมมติว่าตีแมลงวันแล้ววืด ไม่ได้ เกมหยุดเลย สมมติเล่นไปแล้ว  12 ข้อไม่ได้ เกมก็หยุดเหมือนกัน ตังค์ที่เล่นมาทั้งหมดก็ไม่ได้เลยนะ สองก็คือว่าห้ามบอกใคร ห้ามให้ใครรู้ว่าเล่นเกมนี้อยู่ จะมาแบบว่าพี่มาช่วยผมเล่นเกมนี้หน่อยแล้วแบ่งกันคนละ  50 ล้าน ยังเงี้ยะ ไม่ได้ ห้ามให้ใครรู้ ถ้าใครรู้เกมหยุดทันที สามคือห้ามติดต่อกลับมา ห้ามโทรกลับ คือมันไม่โชว์เบอร์อยู่แล้วหละ ห้ามค้นหาต้นตอของเกมว่ามันมาจากไหน  คือเกมเนี๊ยะถ้าชนะทั้ง 13 ข้อ จะได้ตังค์  100  ล้านบาท เยอะมากพอที่จะเปลี่ยนชีวิตคนที่ตกต่ำขนาดนั้นให้เป็นมหาเศรษฐีได้เลย แล้วทำไมเค้าจะไม่เอาก็ในเมื่อมันมีทางให้เลือกเล่นอย่างนี้แล้ว  พอตัดสินใจเล่นเกมไปได้สักพักหนึ่งแล้ว เราก็รู้ว่าเกมนี้มันไม่ใช่เกมท้าทายความกล้าความสามารถอย่างเดียวแต่มันท้าทายความเป็นคนของคุณด้วย  คุณจะยอมเอาความเป็นคนในตัวของคุณแลกกับเงิน แลกกับการสูญเสียอะไรบางอย่างจนสุดท้ายคุณกลายเป็นตัวอะไรไม่รู้หรือเปล่า  นอกจากนี้ก็ยังมีตัวละครอื่นๆ อย่าง น้องอิม คนที่เฝ้าดูการกระทำของ ภูชิต พระเอกในเรื่องนี้ที่รับบทโดยพี่น้อย วงพรู  ถือว่าคนที่เหมาะสมในการเป็นภูชิตที่สุดแล้ว  เพราะตัวละครภูชิตเป็นตัวละครที่น่าสงสาร  คืออยู่ในสภาพที่สิ้นหวัง แต่ชีวิตจริงเราจะเห็นพี่น้อยในลุคส์ที่ออกจะไฮโซใช่มั้ยมีทุกอย่างมีชีวิตที่เพียบพร้อม แต่มีบุคลิกบางอย่างของพี่น้อยที่ใกล้เคียงกับภูชิต นั่นก็คือเป็นคนที่ไม่ตอบโต้  เป็นคนที่อ่อนไหว  และก็คนอย่างภูชิตถ้ามีปัญหาอะไรเค้าจะไม่พูดกับคนอื่น อย่างพี่น้อยก็เช่นกันเป็นคนเงียบๆ ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน  ตัวจริงพี่น้อยเป็นคนที่ธรรมดามาก  ไม่เหมือนกับที่เราเห็นบนเวทีเลย พอพี่น้อยมาเป็นภูชิตแล้ว พี่น้อย ก็รับบทเป็นภูชิต ได้อย่างใช่ ใช่ที่สุด คือดูแล้วเหมือนคนจนตรอกจริงๆ แล้วก็พี่น้อยเก่งมาก ทุ่มเทกับการแสดงที่มีทั้งหมดในชีวิตเพื่อเรื่องนี้  ส่วน น้องอิม จะเรียกว่าเป็นนางเอกก็ได้นะรับบทเป็น ตอง รุ่นน้องที่มาฝึกงานในบริษัทเดียวกับ พี่น้อย  ตัว ตอง นี้เหมือนเป็นคนวางระบบไอที เป็นผู้ที่รู้คอมพิวเตอร์เยอะ ๆ เรียนจบวิศวะคอมฯมา แล้วก็กำลังจะเรียนจบ มาฝึกงานที่บริษัทนี้ มาทำระบบคอมฯให้กับบริษัทนี้ คือตอง เขาจะมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ แต่จริง ๆแล้ว ตอง ไม่อยากจะเรียนคอมฯ เลย  แต่จะเหมือนวัยรุ่นทั่วไปที่ทำเทปเดโมออกมา คืออยากจะเป็นนักร้อง อยากเป็นนักแต่งเพลงมาก แต่ต้องมาเรียนคอมฯเพราะว่าทางบ้านบังคับให้เรียน  ขณะที่ ภูชิต ก็ พยายามบอก ตอง ว่า ตอง ทำอย่างที่ตัวเองต้องการเถอะ  อายุแค่นี้ยังทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะ มันก็เลยกลายเป็นคน   2  คนในออฟฟิศนี้ที่เข้าใจกันที่สุด   เพราะในออฟฟิศขายของคนเป็นเซลส์แมนมันก็มีการแก่งแย่งกันอยู่แล้ว แต่ ภูชิต มันก็จะรู้สึกแตกต่างจากคนอื่น คือ ภูชิต เค้าเป็นคนดีมากไม่ได้ทำอะไรเพื่อเงินตลอดเวลา นั่นแหล่ะมันจึงทำให้เค้าไม่เหมาะกับอาชีพนี้ ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่น ก็เลยมาสนิทกับตอง พอภูชิตเกิดเรื่องเดือดร้อนหายไป ตอง ก็เป็นคนที่อยากรู้แล้วหละว่า ทำไมพี่เค้าถึงมีบางสิ่งบางอย่างแปลกไป

ทำไมเลือก “อิม”มาเล่นบทนี้ เพราะคนดูจะคุ้นกับลูกบ้าของอิมมากกว่า

ที่เลือกอิมมารับบท ตอง เพราะ อิม เนี๊ยะ เรารู้เราเห็นผลงานกันอยู่แล้วเขาเป็นนักแสดงขายฝีมือ ไอ้ความบ้าบอคอแตกมันก็แสดงให้เห็นความสามารถทางด้านการแสดง แล้วก็ชอบโพรไฟล์หน้าตาแปลกดี แล้วก็เป็นคนบ้านเดียวกันด้วย ก็เลยเลือกมา แล้วที่สำคัญคือ อิม มีสปิริตสูงมาก อย่างทีแรกก่อนเล่น อิม เขาผมยาว พอได้คุยกันแล้ว ตอง เนี่ยะต้องเป็นผู้หญิงผมสั้น แล้วผมสั้นแบบไม่ได้สั้นธรรมดาด้วยนะ คือสั้นมากประมาณนึงเลย  พอได้คุยกันจริงๆ อิม ก็ยอมตัด ก็คือเค้าก็มีความสุขที่ได้รับบทนี้ ตัวคาแรคเตอร์ของ ตอง เนี๊ยะ มันจากเด็กเงียบๆ ธรรมดาคนนึงพอยิ่งไปเจอความโหดร้ายของอะไรบางอย่าง มาเห็นเองว่าคนที่เรามองว่าดี๊ดีเนี๊ยะทำไมถึงทำอะไรพวกนี้ขึ้นมาวะ  ทีแรกตามไปด้วยความห่วงใยก็กลายเป็นความผิดหวัง แล้วก็กลายเป็นความโกรธแต่ยังไม่ไปถึงขั้นเกลียดชังนะคือมันหยุดแค่นั้นก่อนพยายามจะหยุดคนที่เค้านับถือ เค้ารักในฐานะใดก็ตามไม่ให้กลายเป็นคนชั่วแต่ในเมื่อหยุดไม่ได้พูดดีๆ กันไม่ได้เค้าต้องพยายามหยุดอีกอย่างนึง  ตัวละครตัวนี้จะเป็นตัวละครที่นำคนดูไปสู่เบื้องหลังของเกมส์นี้ที่จะมีต่อไปอีกซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ที่มีการพัฒนาที่น่าสนใจเหมือนกัน

เป็นที่กล่าวถึงพอสมควรเลยสำหรับการแคสท์ติ้ง(คัดเลือกนักแสดง)ในหนังเรื่อง  “13 เกมสยอง” โดยเฉพาะบทนำอย่าง น้อย วงพรู

ทำไมต้องน้อยวงพรู  คนจะรู้จักพี่น้อย ในนามของนักร้องที่สติแตก  จิตแตกมากเวลาอยู่บนเวที เค้าจะมีเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ชวนตื่นตะลึง แต่อีกด้าน พี่น้อย เค้ามาจากสายการแสดงเค้าเป็นนักแสดงละครเวทีมาก่อนและเค้าก็ชอบ รักในการแสดงมากๆ และก็สนใจเรื่องนี้มากๆ  เพราะว่าคาแรคเตอร์มันมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาภายในวันเดียวคือหนังมันท้าทายมากว่าแบบสถานการณ์มันสามารถเปลี่ยนจากคนดี๊ดี มาเป็นคนเล้วเลวภายในวันเดียว ซึ่งแบบมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับพี่น้อยมาก คาแรคเตอร์แบบนี้ บทแบบนี้เหมาะกับคนที่ที่เป็นแล้ว ที่เข้าใจในตัวละครซึ่งพี่น้อยแกมีพื้นฐานทางการแสดงมาก่อน  ทำให้เค้าศึกษาตัวละคร พยายามทำความเข้าใจ และก็ปรึกษากะเราตลอดเวลาว่าตัวละครตัวนี้ ทำแบบนี้เป็นเพราะอะไร เค้าศึกษาตัวละครไปด้วย เวลาเราทำงานเราจะให้บทไปอ่านก่อน พออ่านบทแล้วเราก็จะมานัดนั่งคุยกันว่า คุณคิดยังไงกับบทที่ได้รับไป  คุณคิดว่าตัวละครตัวนี้มันเป็นยังไง   คือเราก็จะมีการทำการบ้าน มีการพูดคุยกันทางทฤษฎีก่อน ลองจับคู่ดูซิว่า พี่น้อยกับอิม เวลามาเจอกันบนจอ มันมีCHEMISTRYอะไรกันรึเปล่า ถ้าเราเจอนักแสดงที่เข้าขากันดี เราก็จะทำงานในส่วนนี้น้อยลงหน่อย แต่พี่น้อยกับอิมนี่ โปรมากเราเล่นเป็นทีม เวลานักแสดงเจอกัน เราไม่ชอบเวลาที่มีคนนั่งอยู่แล้วเราต้องมาคุยเป็นคิวๆ อ่ะ   คือเราก็จับมารวมกันเลย  คุยกันให้เป็นธรรมชาติที่สุด บางทีคนเราคุยกันปั๊บ มันมีแทรกมีอะไรขึ้นมาได้ มีรีแอคชั่นเป็นธรรมชาติ คือหนังมันค่อนข้างต้องการสื่ออะไรเยอะ เราต้องการตรงนี้ประมาณนึงคือ ทีมเวิร์คของแอ็คติ้ง บทที่พี่น้อยมันต้องอาศัยการตีความที่จะเล่น  และยังไม่พอคือ ที่เค้าเล่นมีทั้งต่อยบนรถเมล์ ลงบ่อน้ำ รับประทานอาจม อย่างเนี๊ยะ คือเรารู้ว่าทุกอย่างคือสิ่งที่เซ็ทขึ้นมา ตัวเราเองรู้ นักแสดงรู้ ทีมงานรู้คนที่จะเล่นได้แนบเนียนมากคือคนที่เข้าถึงเรื่องจริง และพี่น้อยมีตรงนี้สูงมาก คือเราเห็นทุกอย่างที่พี่น้อยทำเป็นของจริงหมดเลย วิ่งๆจริง ต่อยๆจริง นี่ก็ตาบวมไปหลายคนเพราะพี่น้อยต่อย ก็คือมันเหนื่อยมากอ่ะ คาเรคเตอร์ตัวละครตัวเนี๊ยอย่างที่บอกว่าการพลิกคาเรคเตอร์ภายในวันเดียวเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้วหละ ตอนเช้าคุณเป็นคนดีอยู่อ่ะ ตอนบ่ายคุณเริ่มเล่นเกมอย่างเพลิดเพลิน เริ่มโลภไปกับมันตอนเย็นๆ ปั๊บ คุณถูกเกมกลับมาเล่นคุณอีก ฉะนั้นแล้วคุณต้องวิ่งหนีจากเกมแล้ว ต้องพยายามประคองความเป็นคนของคุณเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันต้องหนักหนาสาหัสขนาดที่แบบวิ่งหนีความตาย  อย่างซีนที่พี่น้อยให้เราเหลือเกินน่าจะเป็นซีนที่พี่น้อยลงบ่อ บ่อน้ำปู่ชิว  บ่อถูกเซ็ทขึ้นมาคือทุกอย่างในเรื่องนี้ที่เป็นเทคนิคอันตราย เสี่ยงตาย ไม่ใช้สตั้นท์ บางอันเสี่ยงตายจริงๆก็ไม่ไหว  แล้วพี่น้อยก็ขาเจ็บอยู่ด้วยช่วงนั้น เพราะว่าแกไปตกเวทีคอนเสิร์ตมา
13 13
 

นอกจากเขียนบทและกำกับแล้วได้ข่าวว่ากวาดไปหลายตำแหน่งเลยทั้งใน 12 และ 13เกมสยอง การจะเป็นผู้กำกับจำเป็นต้องทำอะไรหลายๆ อย่างนี้ด้วยหรือ

คือมันเอาชีวิตเราไปทั้งชีวิตโดยที่เราไม่ได้ไปทำอย่างอื่นเลย เพราะว่าทั้งเขียนบท กำกับ ตัดต่อด้วย  ที่ทำเพราะว่า ทำเป็นแล้วจะจ้างคนอื่นทำไม เราเห็นทุกอย่างละ เรารู้แล้วหละว่าตอนถ่ายเราจะเอาเทคไหน

ไม่แน่ใจว่าการทำหนังเรื่องหนึ่งมันต้องคิดเยอะอย่างการทำหนังเรื่อง  13 เกมสยอง ไหม ได้ข่าวว่านอกจากหนังที่ถ่ายทำเป็นฟิล์มที่มีความยาวครึ่งชั่วโมงเรื่อง 12 แล้ว ยังมีเรื่อง “14”ด้วย

สำหรับชีวิตของเราเนี๊ยะ มันเป็นช่วงชีวิตหนึ่งของเราที่กำลังจะค้นหาความหมายอะไรบางอย่างในช่วงอายุเท่านี้ มันมีความหมายพาดพิงระหว่างวัยรุ่นต่อความเป็นผู้ใหญ่ ตอนนี้ 14 มันเสร็จแล้วทุกอย่างมันถูกสรุปไว้แล้วว่าอะไร มันก็คือคำถามที่เราถามกับตัวเองว่า เราเป็นคนอยู่ทุกวันนี้คุณค่าของคนมันคือะไร การเป็นคนเลว คุณค่าของชีวิตมันอยู่ตรงไหน เอาสรุปๆเลยก็คือ หนังซีรี่ส์นี้สุดท้ายมันจะว่าด้วยคนที่กำลังตั้งคำถามต่อโลก เด็กกลุ่มนึงที่ตั้งคำถามว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงทำแบบนี้ ทำไมโลกนี้มันโหดร้าย โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้น คือไอ้คนทำเว็บพวกนี้ คนที่คิดเกมพวกนี้ขึ้นมามันคือคนที่ผิดหวังจากโลก  โลกแห่งความเป็นจริงมันก็เลยไปอยู่ในโลกไซเบอร์ แล้วก็คิดโน่นคิดนี่ขึ้นมาตอบโต้โลกของเรา ด้วยการแฉของเราออกมาให้หมดว่าเนี๊ยะ มันคือคนโลภนะ ว่าด้วยความต่อไปคือความรัก ความรักของพ่อ-แม่มีจริงเหรอ คุณต้องฆ่าคนอื่นเพื่อที่ให้ได้ลูกคุณกลับมารึเปล่า คือเด็กพวกนี้มันทำทุกอย่าง เพื่อที่จะบอกว่าผู้ใหญ่ดุ แต่สุดท้ายแล้วสักวันหนึ่งคุณก็ต้องโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแบบ ทุกคนในโลกนั้นในโลกนี้ดีขึ้น เพียงแต่ว่าโลกความสุขมันคือ อุดมคติ มันไม่มีจริงแต่เราก็พยายามสร้างขึ้นมา ถ้าคุณรู้สึกว่าวันนี้โลกโหดร้ายกับคุณ โตขึ้นไปคุณก็อยากเป็นผู้ใหญ่ที่ดีๆ ตอนนี้คุณก็อดทน และเป็นคนดี  สำหรับเราการทำหนังในซีรี่ส์ 12,13,14 มันเป็นก้าวหนึ่ง เป็นอีกเสต็ปหนึ่ง คือ รู้สึกว่าโปรเจ็คต์ที่เราทำอยู่นี้มันใหญ่มาก แล้วอย่างที่บอก มันตอบคำถามเราได้ เราทุกคนทุกวันนี้ก็เหมือนสังคมเราทุกคน หวังดีต่อบ้านเมือง เป็นโลกที่สวยงามแต่มันเหมือนกับเด็กที่มันยังหาทางออกยังไม่ได้ เราก็คือมีคำตอบให้มันก็ต้องอดทนนะ ในช่วงเวลานี้ เวลาที่เราต่างเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับวัยรุ่น ดังนั้นเราก็จะรู้ว่าเด็กคิดอะไร เด็กทุกวันนี้มันก็มีความคิดอ่ะ มันไม่ได้แบบสมัยก่อนที่ผู้ใหญ่ว่ายังไงก็ว่าตามนั้น แล้วแบบความคิดของเด็กกับผู้ใหญ่มันเริ่มห่างกันออกไปทุกที รู้สึกได้ยินว่าเด็กเกลียดผู้ใหญ่เยอะมาก มันเป็นสเต็ปที่ทำให้เราถึงขั้นเปลี่ยนตัวเองใหม่ เปลี่ยนความคิดมุมมอง การทำหนังเรื่องนี้ ทำให้เรารู้ว่ามุมมองเราอะไรต่อมิอะไรมันเปลี่ยนไปเยอะเลย  ตอนเริ่มต้นเป็นช่วงวัยรุ่นแล้วก็มาทำหนังเรื่องนี้ พอทำหนังเรื่องนี้จบ ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทำให้เราเห็นมุมมองของโลกได้เยอะขึ้น ก็เข้าใจความเป็นไปของมันมากขึ้น จนกระทั่งมองงานของตัวเองอย่างเรื่อง รักแห่งสยาม ที่เคยทำค้างเอาไว้ กลับมาดูกลายเป็นว่าเรามองด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไป   เปลี่ยนไปจริงๆนะ จนเรารู้สึกได้ว่าตอนนี้เรามีมุมมองต่อโลกเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

อยากฝากบอกอะไรกับคนที่ไม่รู้เลยว่าหนังเรื่องนี้มันน่าดูอย่างไร อะไรคือ 13 เกมสยอง มันเหมือนกับหนังเกม หนังผี ก่อนหน้านี้รึเปล่า รวมไปถึงคนที่ติดตามผลงานของมะเดี่ยว

ใช่ ทุกคนเข้าใจว่าเป็นหนังผี 13 เกมสยอง จะเป็นหนังเกมเรียลลิตี้บ้าง เป็นหนังผีออนไลน์บ้าง แต่ว่าจริงๆแล้วมันคือหนังแอ็คชั่นทิลเลอร์ แล้วก็ดราม่าที่ว่าด้วยความเป็นคน ดูไปแล้วมันก็จะท้าทายไป ความเป็นคนของคุณ คุณดูไปแล้วคุณจะต้องคิดบ้างแหละว่า ถ้าคุณโตในสถานการณ์แบบนั้นคุณจะทำยังไงคือหนังเรื่องนี้ตั้งใจทำกันมากๆ แล้วคิดว่าหนังเรื่องนี้มันมีอะไรเยอะแยะกว่าความเป็นหนังทริลเลอร์ทั่วๆไป อยากให้ดูกัน แล้วลองดูสิว่าถ้าเป็นเรา เราจะทำยังไง แต่ว่ามันไม่ใช่หนังเครียดนะ ไม่ใช่ว่าดูแล้วปวดหัวไม่รู้เรื่อง แต่ว่ามันก็มีความสนุกในตัวมันอยู่ น่าจะชอบกันได้ไม่ยากนัก ดูกันเยอะๆอุดหนุนกันเยอะๆ อ้อต้องบอกก่อนว่าตอนจบของทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกมันคือหนังนะครับ
 

จัดทำโดย: somethigncools.com
4/62 ซอย 3 หมู่บ้านสหกรณ์ ถ.เสรีไทย คลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240 โทร : 01-9913223

E-mail :
gumpanat@somethingcools.com