การปะทะกันของสองตัวละครสำคัญใน องค์บาก2 ระหว่าง เทียน (จา พนม) กับ ภูติสางกา (เดี่ยว ชูพงษ์) ถือว่าได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากและยังเป็นที่ติดตาสำหรับแฟนหนังองค์บาก ที่รอคอยว่าในการต่อสู้ของทั้งคู่ใน องค์บาก 3 นั้น จะสามารถสร้างความตื่นเต้นอะไรให้ผู้ชมได้อีก ซึ่งในเรื่องนี้ พันนา และ จา พนม ต่างต้องการดีไซน์การต่อสู้สุดท้ายให้ออกมาได้ครบรส ดุดัน พลิ้วไหว และสวยงามที่สุด โดยเฉพาะการปะทะกันของศาสตร์การต่อสู้ระหว่าง นาฏยุทธ์ และ ภูติสางกา ซึ่งฉากการต่อสู้นี้จะมีความยาวและต่อเนื่องมากกว่าในภาคที่แล้ว
ซึ่ง นาฏยุทธ์พระ ที่ จา พนม ได้ออกแบบมานั้น มีที่มาจากการจำลองรูปแบบการเคลื่อนไหวของตัวพระ ในศาสตร์ด้าน นาฏศิลป ซึ่งมีความอ่อนช้อย พลิ้วไหว ในขณะที่ ภูติยุทธ์ นั้นเป็นการต่อสู้ที่มีลักษณะที่เน้นความคล่องตัว รวดเร็ว ดุดัน เหมือนการโฉบไปมาของอีกา ทำให้ออกแบบการต่อสู้ของทั้งสองศาสตร์มีความยากกว่าปกติมาก โดยต้องอาศัยทักษะและความสามารถเฉพาะตัวของนักแสดงเป็นอย่างมาก เพราะต้องรู้จังหวะในการเล่น ต้องเข้าขากันมากที่สุด เนื่องจากท่วงท่าที่มีความแตกต่างกันอย่างมากนั่นเอง
โดยในการออกแบบฉากนี้ จา พนม ได้เล่าให้เราฟังเพิ่มเติมว่า “สำหรับตัวภูติสางกา คงไม่มีใครเหมาะกับตัวละครตัวนี้เท่ากับ เดี่ยว แล้ว ศัตรูคู่ปรับที่จะต้องมาประหัตประหารห้ำหั่นกันด้วยศิลปะการต่อสู้ที่แปลกใหม่ ทั้งในส่วนของ นาฏยุทธ์ ที่ผมเป็นผู้ถ่ายทอด กับ ภูติยุทธ์ ของ เดี่ยว ซึ่งมีรูปแบบการต่อสู้ที่ตรงกันข้ามกันเลย และที่สำคัญตัวละครตัวนี้จะมีความเก่งทุกศิลปะการต่อสู้ ซึ่งรูปแบบการดีไซน์จะออกมาแบบดิบๆ เนื่องจากตัวละครตัวนี้จะมีการใช้อวิชา ภูติผี ลึกลับ มีลักษณะท่าทางรวมไปถึงการเคลื่อนไหวเหมือนกับอีกา เพราะฉะนั้นเมื่อนาฏยุทธ์ต้องเจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ คนที่จะมาเป็นคู่ต่อสู้เราต้องเก่งด้วย ซึ่ง เดี่ยว เอง เขามีพัฒนาการที่ดีมากๆ เลย แล้วก็ขยันในการฝึกซ้อม คือรับอะไรแล้วก็มาฝึกซ้อมก่อน แล้วก็แก้เพียงนิดเดียวเขาก็ไปได้แล้ว แล้วศาสตร์ตรงนี้มันต้องเข้าใจกัน เวลาปะทะกัน น้ำหนักมือ ไม่ว่าจะเป็นการพลิ้ว การหลบ มันถึงจะออกมาดูแล้วสมจริงที่สุด เราต่างมีอาจารย์คนเดียวกันคือ อาจารย์พันนา ฤทธิไกร แต่ที่สำคัญที่สุดคือเขามีความรักในเรื่องของแอ็คชั่น คือรักในสิ่งที่ทำเหมือนกัน และเราทั้งคู่ก็ไม่ใช้สตันท์แมนด้วย”
นอกจากงานออกแบบการต่อสู้ที่มีความยากแล้ว อีกโจทย์หนึ่งที่ จา พนม ต้องการในหนัง องค์บาก 3 ก็คือ ความสวยงามด้านภาพ โดยกำหนดให้การปะทะกันของทั้งคู่เกิดขึ้นบนผิวน้ำ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับนักแสดงและทีมงานในการถ่ายอย่างมาก แต่ที่เลือกแบบนี้เพราะมีเหตุผลว่าทำไมต้องถ่ายทำกันในน้ำ “ฉากแอ็คชั่นที่ต่อสู้กับเดี่ยวเรามีน้ำ นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเพื่อตอบโจทย์กับตัวบท และเรื่องราวที่จะดำเนินไปด้วย”
ต้องเรียกได้ว่านี่คือความตั้งใจ และ ความต้องการที่จะกลับมาพิสูจน์ความเป็น จา พนม อีกครั้งว่า จะสามารถเรียกศรัทธาจากแฟนๆ กลับมาได้เช่นที่เคยเกิดขึ้นหรือเปล่า ก็ไปพิสูจน์กันดูได้ องค์บาก 3 มีกำหนดเข้าฉาย 5 พฤษภาคม ครับ |