จะว่ากรรมสนองก็ใช่ เพราะด้วยความที่ไม่ได้คิดว่าจะต้องมาเล่นบท ไอ้ตึ๋ง ใน อีติ๋มตายแน่ ที่ตัวเองเขียน โน้ส อุดม เลยใส่ฉายเสียวๆ มาแบบไม่เกรงใจใคร แต่ในที่สุดเมื่อต้องเล่นเอง ก็ต้องทำใจอยู่พักใหญ่ โดยเฉพาะฉากที่ต้องแสดงเป็นพรานจระเข้ อีกหนึ่งอาชีพของ ไอ้ตึ๋ง ที่ทำให้ อีติ๋ม นักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่นที่มาหลงเสน่ห์เมืองไทยและชื่นชมในความสามารถ ไอ้ตึ๋ง จนเกิดเป็นความรัก ซึ่งในบทตอนแรก โน้ส ต้องปราบชาละวันปลอมๆ แต่สุดท้ายทีมงานหาจระเข้ปลอมไซส์ 2- 3 เมตร เข้าฉากไม่ได้ งานนี้เลยซวยพระเอกต้องโชว์สปิริตเล่นกับจระเข้ของจริงตัวใหญ่บึ้มท่ามกลางนักท่องเที่ยวจริงๆ ที่กลายเป็นตัวประกอบโดยบังเอิญ
ในฉากนี้ โน้ส ต้องสัมผัสเนื้อตัวพี่ชาละวันอย่างแนบชิด ตั้งแต่ขึ้นไปนอนบนตัวจระเข้ ฉุดกระชากลากถูกกับหางจระเข้ แรงไปจนถึงประกบริมฝีปากจูจุ๊บ สูดลมหายใจ และขึ้นไปขี่หลังจระเข้เลยทีเดียว (โอ้ย
อย่างนี้ต้องเรียกว่าดาบนั้นคืนสนองจริงๆ) แม้ว่าก่อนถ่ายจะมีการเก็บข้อมูลและสอบถามเทคนิคพิเศษจากพรานจระเข้ตัวจริง แต่สำหรับคนที่กลัวแมลงสาบและจระเข้ขึ้นสมอง ยังไงก็เสี่ยงอยู่ดี ซึ่งงานนี้ โน้ส ถึงกับออกปากว่า ในชีวิตมีแค่ 2 อย่างที่กลัวคือแมลงสาบกับจระเข้ ตอนเข้าฉากคิดเยอะมาก ฟุ้งซ่านไปหมด เหงื่อมือออกเยอะมาก จะอาเจียน ทำใจไม่ได้ ก่อนเข้าไปในบ่อต้องกวักน้ำที่จระเข้ทั้ง 7-8 ตัวนอนอยู่มาใส่ตัวเรา พี่ๆจระเข้จะได้ไม่ผิดกลิ่น ยิ่งจังหวะที่ยื่นหน้าไปใกล้ๆจมูกจระเข้ ปรากฏว่าจระเข้พ่นลมหายใจออกมาแรงมากๆ ผมต้องกลั้นลมหายใจ เพราะกลัวว่ามันได้กลิ่นลมหายใจเรา จริงๆ จูบจระเข้ไม่มีในบทที่ผมเขียนนะ แต่ไหนๆ แล้ว ครั้งเดียวในชีวิต ทำใจดีสู้จระเข้ไปเลย แต่ระหว่างนั้นคิดไปหมดเลยนะ ถ้ามันงับหัวเรา แรงมันจะมหาศาล มันจะบิดตัว แล้วลากเราลงน้ำทันที เลยถามพี่พรานว่าพี่ครับถ้ามันงับผมลงน้ำ จะทำอย่างไร พี่เขาบอกว่า น้ำมันตื้นครับ ยังไงมันไม่จมครับ เดี๋ยวเราจะช่วยกันดึงคุณออกมา หรือตอนลากหางจระเข้แล้วปรากฏว่ามันสู้ มันลากผมไปลงน้ำ แต่ก็ต้องทำเป็นว่าตัวเองสุดยอด เพราะกล้องถ่ายอยู่ ยิ่งตอนนอนบนตัวจระเข้ ยอมรับว่าใจเต้นแรงมากๆ
นอกจากตัวเองจะเสี่ยงเสียวกับพี่จระเข้คนเดียวยังไม่พอแล้ว ยังขอนอกบทตอนขณะถ่ายเรียก Asuka นางเอกของเรื่อง ร่วมมาร่วมประสบการณ์เสียวพร้อมกันไปด้วย กับเหตุผลว่า ไหนๆก็ร่วมสุขแล้วคราวนี้มาร่วมทุกข์ด้วยกัน เชื่อว่าชีวิตนี้น้องเขาไม่มีโอกาสแบบนี้แน่ๆ ผมก็เลยดันให้น้องเขาไปนั่งข้างหน้าเลยครับ อย่างน้อยเวลาพี่ชาละวันเขาหิวเนี่ยะก็ยังมีซูชิให้กินก่อน
ส่วนทาง Asuka ที่งานนี้เจอเซอร์ไพรส์แบบไม่รู้ตัวบอกว่า จริงๆแล้วตลอดชีวิตที่ผ่านมา Asuka ยังไม่เคยได้ใกล้ชิดจระเข้มาก่อนเลยค่ะ และไม่คิดว่าจะต้องมาสัมผัสกับเนื้อตัวจระเข้อย่างนี้ ทีแรกคิดว่าแค่ดูเฉยๆนะค่ะ พอพี่โน้สตะโกนให้ Asuka เข้ามาด้วย ก็ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะไม่มีในบท แต่คิดว่าพี่โน้สทำได้ เราก็น่าจะทำได้ จริงๆ แล้วจระเข้ตัวนั่นก็อยู่นิ่งๆ นะค่ะ ไม่ได้ขยับตัวเลย ก็ไม่รู้ว่าอยู่ดีๆ เขาจะหันมากัดเรารึเปล่า แต่ยังไงเราเองก็เตรียมตัวหนีอยู่แล้วค่ะ พอนั่งลงไปบนตัวก็รู้สึกได้ถึงผิวหนังจระเข้ที่ดูแปลกประหลาด รู้สึกน่ากลัวมากๆ เป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงเลยค่ะ
งานนี้ถือว่าผ่านไปด้วยดี ไม่มีใครต้องกลายเป็นอาหารของพี่จระเข้เขา แต่ขอบอกไว้เลยนะ โน้ส ว่าถ้าน้อง Asuka เป็นอะไรไป โน้ส จะเป็นอาหารมื้อต่อไปในฟาร์มจระเข้ รับรอง |